ชีวิตดี ไม่มีปวด....รณรงค์ใส่ใจดูแลกระดูกและข้อ
สุขภาพ

photodune-2043745-college-student-s

ในโอกาสครบรอบ 9 ปี หน่วยกายภาพบำบัด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรม “No PAIN You GAIN.......ชีวิตดี ไม่มีปวด” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพ โดยจัดทีมแพทย์กระดูกและข้อ พร้อมทีมกายภาพบำบัด ให้บริการดูแล รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับระบบกระดูกและกล้ามเนื้อแก่ประชาชนทุกช่วงวัย ที่บริเวณ ZPOTLIGHT ชั้น G @ ZPELL ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค เมื่อเร็วๆนี้

พล.ต.ต.นพ.สุรพล เกษประยูร ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ในฐานะที่ปรึกษาแผนกคลินิกศัลยกรรม กระดูกและข้อ รพ.จุฬาภรณ์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมขึ้นครั้งนี้ โดยผสานความร่วมมือกับสหสาขาวิชาและทีมแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ และแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อขยายการให้บริการของโรงพยาบาล ใน การดูแลครอบคลุมทุกปัญหาอาการปวด ในระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นอาการเจ็บปวดของระบบร่างกายที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มประชาชนทุกช่วงวัย และยังเป็นปัญหาที่รบกวน การใช้ชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่ ซึ่งอาจนำไปสู่อาการที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น จึงอยากให้ประชาชนได้ตระหนักถึงสุขภาวะและความเจ็บปวดของตนเอง เพื่อให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงการรักษาตามมาตรฐานสากล รวมทั้งดูแลฟื้นฟูเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ในงานได้มีการให้ความรู้ในเรื่อง “อาการปวดคอ ภัยเงียบใกล้ตัว” โดย นพ.วรายศ ตราฐิติพันธุ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ สาขากระดูกสันหลัง ซึ่งได้อธิบายว่า อาการปวดคอ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ ปวดอย่างเดียว หรือปวดกดทับเส้นประสาท กดทับไขสันหลัง โดยจะมีอาการปวดทางกล้ามเนื้อ, ลายมือเปลี่ยน, จับตะเกียบไม่ได้ เป็นต้น อาการปวดคอเป็นเคสที่เจอบ่อย ซึ่งเป็นได้ เมื่อนั่งทำงาน หรือใช้โทรศัพท์มือถือที่ต้องก้มคอ เป็นเวลานานๆ การปวดมีทั้งระยะฉับพลัน ซึ่งอาจจะหายเองได้ แต่ถ้ามีอาการปวดแบบเรื้อรังควรที่จะต้องมาพบแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งจะต้องดูปัจจัยของการปวดคอเรื้อรัง ถ้าหากมีการปรับอิริยาบถแล้ว อาการไม่ดีขึ้นเลย ก็จะหาสาเหตุจากการฉายรังสี เอกซเรย์ หรือการตรวจด้วยไฟฟ้า เป็นต้น

ส่วน นพ.เติมพงศ์ พ่อค้า ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ สาขาศัลยศาสตร์ข้อมือ ข้อศอกและจุลศัลยศาสตร์ ได้แนะนำว่า หากมีอาการปวดกระดูก สิ่งแรกที่ต้องทำคือ พักการใช้งาน ใน 48 ชม.แรก ใช้ความเย็นบรรเทาอาการปวด เมื่อพ้น 48 ชม.ไปแล้วจึงค่อยใช้ความร้อน บรรเทาอาการปวด หาก 3-5 วันไม่ดีขึ้นควรที่จะมาพบแพทย์ การรักษาอาการปวดกระดูก เริ่มต้นด้วยการให้ยาแก้ปวด, กายภาพบำบัด, เลเซอร์, อัลตราซาวนด์, การฉีดยา สุดท้ายคือ การผ่าตัด ซึ่งปัจจุบันการผ่าตัดมีทั้งการส่องกล้องและการผ่าตัดแผลปกติ.