เป็นอัมพฤกษ์ แล้วนอนหัวตั้งหรือราบดี| kachon.com

เป็นอัมพฤกษ์ แล้วนอนหัวตั้งหรือราบดี
สุขภาพ

photodune-2043745-college-student-s

“อัมพฤกษ์” เป็นคำรวมๆที่ทั่วๆไปเข้าใจกันแล้วว่าเป็นอาการที่เกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดสมอง ไม่ว่าจะตีบ ตัน ทั้งที่เกิดจากเส้นเลือดสมองตีบเองหรือมีก้อนตะกอนหลุดจากเส้นเลือดเองหรือที่หลุดลอยจากห้องหัวใจทั้งที่เกิดจากลิ้นหัวใจผิดปกติ หรือจังหวะหัวใจเต้นระริก หัวใจบีบหนักๆเบาๆ ไม่เท่ากัน เกิดมีก้อนเลือดตกตะกอน วันดีคืนร้ายหลุดไปอุดเส้นเลือดต่างๆ รวมทั้งสมอง

เส้นเลือดแตกก็เป็นสาเหตุหนึ่งเช่นกัน มักเกิดจากความดันสูงที่ไม่ควบคุมสะสมไปนาน เพราะคิดว่าไม่มีอาการปวดหัวก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องรักษานานเข้าเป็นได้ทั้งตันและแตก

ความจริงอัมพฤกษ์ ในทางภาษาหมอมักจะหมายถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นแล้วหายกลับคืนได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่ถ้าใช้คำอัมพาตซึ่งหมายถึงเมื่อเป็นแล้วเป็นเลย ฟังดูแล้วสยดสยอง เลยยอมๆ ตามกันมาเป็นอัมพฤกษ์ ฟังนุ่มนวลกว่า

เมื่อเกิดอาการแล้วเป็นยังไง เนื้อสมอง ส่วนที่ถูกกระทบจากไม่มีเลือดมาเลี้ยงหรือถูกเบียดกดทับจากก้อนเลือดที่แตกก็จะทำให้มีการบวมขึ้นและขัดขวางไม่ให้เลือดมาเลี้ยงได้สะดวก และยังไปเพิ่มปริมาตรของเนื้อสมองที่คับอยู่แล้วในกะโหลกศีรษะ เมื่อสมองอึดอัด ขยายออกไม่ได้ก็จะอัดแน่นไปเบียดกันเอง อัดใจกลางสมองเลื่อนไปยังก้านสมอง หรือผลุบไปกดก้านสมองจากทางด้านข้าง ผลก็คือซึมจนถึงโคม่าไป

แต่ในอีกทาง เมื่อมีเส้นเลือดตันหรือตีบจะมีเนื้อสมอง ณ ตรงนั้นที่อาจม่องเท่งไป ไม่สามารถฟื้นขึ้นมาใหม่ แต่เนื้อสมองข้างๆอาจแค่สลบ และถ้ามีเลือดมาเลี้ยงได้พอเพียงก็อาจจะยังมีชีวิตฟื้นขึ้นมาอีกได้ และกลับทำงานได้อีก

และนี่คือที่มาของความเชื่อ จนถึงหลักปฏิบัติไปก็มีว่า ถ้าเกิดอัมพฤกษ์ ให้นอนราบหัวติดพื้นหรือแม้แต่ยกเท้าขึ้นอีกด้วย นัยว่าทำให้เลือดกลับไปเลี้ยงสมองที่ขาดเลือดอยู่ แต่ต้องระวังไม่ให้มีการสำลัก หรือถ้าอัมพฤกษ์อยู่ในตำแหน่งสมองที่ทำให้มีอาการเวียนหมุน คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งอาจทำให้เกิดมีการสำลักอาหารที่ทานจนหายใจไม่ออกหรือกลายเป็นปอดอักเสบ แต่ในทางตรงกันข้ามการให้นอนหัวตั้งหรือนั่งเอนๆขึ้นก็เพื่อไม่ให้เลือดเท หลั่งไหลเข้าไปในสมองมากขึ้นไปอีกซึ่งจะทำให้ความดันในกะโหลกเพิ่มจนเป็นอันตราย

แม้แต่คำแนะนำของสมาคมโรคหัวใจและโรคเส้นเลือดสมองของอเมริกาก็พูดแบบกำกวมว่า ถ้าคนไข้นอนราบได้ก็ให้นอนราบ ยกเว้นแต่ถ้าสงสัยว่ามีความดันสูงในกะโหลกศีรษะและกลัวสำลักก็ให้นอนหัวสูง

และเป็นที่มาของการศึกษา “จะเอาหัวตั้งหรือราบดี” (HeadPost : Head position in acute stroke trial) ซึ่งเสนอในที่ประชุมนานาชาติในปี 2017 และทำการศึกษาในออสเตรเลีย โดยมีคนไข้ที่เป็นเส้นเลือดสมองผิดปกติ 11,093 ราย จัดนอนราบหรือนอนเอนตั้งเป็นมุม 30 องศา หรือชันกว่า

และนอนในท่านั้นตลอด 24 ชั่วโมงแรก โดยที่ทั้งหมดมีอาการไม่มากนักจากการใช้สกอร์ที่เรียกว่า NIHSS โดยที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4 (ระหว่าง 2-9) โดยที่ NIHSS มีคะแนน 0-42 และ 1-4 เป็นน้อยๆ 5-15 ปานกลาง 16-20 ปานกลางถึงมาก 21-32 รุนแรง และคนไข้เหล่านี้มีระยะเวลาตั้งแต่เกิดอัมพฤกษ์จนเข้าท่านอนแบบนี้โดยเฉลี่ยประมาณ 14 ชั่วโมง (5-35 ชั่วโมง) และ 86% ของคนไข้เกิดจากเส้นเลือดตีบตัน 8% เป็นเส้นเลือดแตก และ 6% เป็นอาการที่กลับมาหายเองได้หรือไม่ได้เป็นอาการที่เกิดจากโรคของเส้นเลือดจริงๆในจำนวนที่มีเส้นเลือดตีบ ได้รับยาละลายลิ่มเลือด 12%

ผลออกมาพบว่าไม่มีความแตกต่างกันจากที่จับนอนท่าไหนเป็นพิเศษ โดยพิจารณาจากสมรรถภาพในการช่วยตัวเองที่ 90 วัน รวมทั้งไม่แตกต่างกันในระยะเวลาที่นอนในโรงพยาบาล ทั้งนี้ไม่ปรากฏผลแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น สำลัก ปอดอักเสบ แต่ทั้งนี้คนไข้นอนหัวราบบ่นไปตามกันว่านอนไม่สบาย

จะยังไงก็ตาม เนื่องจากยังคาใจอยู่ ก็จะมีการศึกษาแบบนี้ใหม่ คราวนี้ทำให้ 9 ประเทศ 114 โรงพยาบาล โดยมีคนไข้ 11,000 ราย แต่คราวนี้จะจับนอนราบทั้งกลุ่มที่มาในช่วงเวลาเดียวกัน ไม่สลับไปมาตามใจแบบครั้งก่อน เมื่อหมดกลุ่ม กลุ่มใหม่มาจะจับนอนตั้ง

ผลภายหน้าจะเป็นหัวตั้ง นอนราบ จนถึงตะแคงหงาย หรือคว่ำ คงต้องรอคอยฟัง แต่ ณ ขณะนี้ถ้าตามความเหมาะสมคือ ถ้ามีปวดหัวมากแต่ต้นหรือมีอาการซึมน่าจะแตกก้อนใหญ่พอควรหรือมีบวมมากแล้ว ควรนอนเอนๆไว้ก่อนอย่านอนราบ

ถ้ารู้ตัวดี ไม่ปวดหัว ไม่มีอาการสะอึก ทำท่าสำลัก หรือจะอาเจียน จะนอนราบคงไม่ผิด และรีบส่งโรงพยาบาล เอาแบบกำปั้นทุบดินดีกว่าครับ.

หมอดื้อ