ข่าวมาเพื่อรับ “มง”!! นิโคลีน พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 - kachon.com

มาเพื่อรับ “มง”!! นิโคลีน พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018
สุขภาพ

photodune-2043745-college-student-s

เป็นไปตามโผ “นิโคลีน-พิชาภา ลิมศนุกาญจน์” สาวงามหมายเลข 7 ตัวเก็งที่เตรียมตัวมาพร้อมสวมมงกุฎ “มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018” จากการประกวดรอบสุดท้าย “มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018” ที่ห้องพาราเดียม ฮอลล์ โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ เมื่อค่ำคืนวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งปีนี้คึกคักสนุกสนานด้วยกองเชียร์ที่ต่างมาลุ้นผลการประกวดในรอบสุดท้าย ที่ไทยทีวีสีช่อง 3 ร่วมกับ บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สตาร์ดอม เอเชีย จำกัด จัดได้อย่างกระชับ ไม่ต้องเสียเวลาลุ้นนาน เมื่อประกาศผู้ผ่านเข้ารอบ 12 คนสุดท้าย ก็มาลุ้นผลเข้ารอบ 6 คนสุดท้าย และผลเข้ารอบ 3 คนสุดท้ายอย่างต่อเนื่อง โดย 2 รอบลึกนี้ ต่างมีคำถามวัดกึ๋นและปฏิภาณไหวพริบผู้เข้าประกวด ซึ่งคำถามยังคงวนอยู่ในเรื่องแนวคิดทางสังคม อาทิ ความสวยของคุณจะทำให้สังคมน่าอยู่ได้อย่างไร หรือความคิดเห็นเกี่ยวกับความเท่าเทียมของมนุษย์ในสังคม เป็นต้น

สำหรับสาวงามที่มีความสวยและมีกึ๋นชนะใจคณะกรรมการผ่านเข้าสู่รอบ 3 คนสุดท้าย คือ นิโคลีน-พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ หมายเลข 7, แพรว-แพรววนิต เรืองทอง หมายเลข 12 และเฮเลน่า บุช หมายเลข 26 ทั้ง 3 สาวล้วนเป็นตัวเก็งอยู่ในโผที่เหล่าแฟนคลับนางงามและสื่อมวลชนเล็งเอาไว้แต่ต้นว่า “มงจะลง” ได้พอๆกัน ทั้ง 3 คนเลย จึงต้องมาเฉือนกันที่ไหวพริบการตอบคำถามที่ว่า “งามอย่างมีคุณค่า สู่สายตาโลก ในความคิดคุณมีความหมายอย่างไร” ซึ่งสุดท้าย สาวไทยที่บินมาไกลจากสหรัฐอเมริกา เพื่อการประกวดนางงามโดยเฉพาะ “นิโคลีน-พิชาภา ลิมศนุกาญจน์” เตรียมตัวมาดีกว่า แม้จะไม่ถนัดภาษาไทยมากนัก เลยเลือกที่จะตอบเป็นภาษาอังกฤษปนภาษาไทย คว้ามงกุฎมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 ไปครอง โดยมี แพรว-แพรววนิต เรืองทอง ครองมงกุฎ รองอันดับ 1 และเฮเลน่า บุช ครองมงกุฎรองอันดับ 2

นิโคลีน-พิชาภา

กว่าจะมาถึงวันนี้ของ “นิโคลีน-พิชาภา” นางงามผิวสีเชื้อชาติไทย ซึ่งไปโตที่สหรัฐอเมริกา โดยมีคุณแม่ “สุวิชา” เป็นผู้เลี้ยงดู เธอมีความมุ่งมั่นและชอบทางสายนี้อย่างแท้จริง โดยตั้งแต่อายุได้ 15 ปี เคยประกวดในเวทีมิสทีนเอเชียในสหรัฐฯ และประกวดไทยนิวเยียร์ ซึ่งก็คว้ามงกุฎมาทั้ง 2 เวที ในความมุ่งมั่นนี้ คุณแม่สุวิชา เล่าว่า นิโคลีนเตรียมพร้อมทั้งออกกำลังกายให้รูปร่างสวยงาม ฝึกในเรื่องเดิน และฝึกในเรื่องภาษาไทย จนคิดว่าอิ่มตัวในปีนี้ นิโคลีนในวัย 19 ปี จึงบินมาเมืองไทยเพียงลำพังเพื่อเข้าประกวดนางงาม ก่อนที่แม่จะบินตามมาภายหลัง

ภารกิจมาเพื่อ “มง” เริ่มต้นด้วยการสมัครประกวดในเวทีแรก มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 แต่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน ได้เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายเท่านั้น “นิโคลีน” จึงเดินหน้าสมัครในเวที มิสไทยแลนด์เวิลด์ ที่ถูกจริตกับสาวงามผิวสี หน้าฝรั่งมากกว่า และความมุ่งมั่นที่ไม่เคยท้อแท้ของเธอ จากที่ไม่เคยใช้ชีวิตในเมืองไทย ไม่เคยรู้เส้นทาง จึงต้องหัดนั่งรถเมล์ หัดทำอาหารกินเอง ต่อสู้มาจนถึงวันที่เธอประสบความสำเร็จ โดยมีแรงใจจากทางบ้าน ทั้งคุณยายและคุณแม่ที่บินมาเชียร์ติดขอบเวที เป็นแรงหนุนทำฝันของ “นิโคลีน” ให้เป็นจริง.